สาวๆ ห้ามพลาด! รู้จัก 4 นิสัยทำร้ายผิว พร้อมวิธีกำจัดจุดด่างดำให้อยู่หมัด
ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
dot
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
dot

หมวดสินค้า
ยี่ห้อสินค้า

  [Help]
dot


Share |


สาวๆ ห้ามพลาด! รู้จัก 4 นิสัยทำร้ายผิว พร้อมวิธีกำจัดจุดด่างดำให้อยู่หมัด

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า จุดด่างดำเกิดจาก การผลิตสารเมลานินหรือเซลล์เม็ดสีมากกว่าปกติ และสารเมลานินที่สะสมอยู่มากกว่าปกตินั้น ทำให้การเพิ่มจำนวนของเซลล์ผิวบกพร่อง อัตราการผลิตเลี่ยนของเซลล์ผิวจึงลดลง และเกิดเป็นรอยฝ้า และจุดด่างดำบนใบหน้า
       
       แต่สำคัญไปกว่านั้น การค้นพบล่าสุดของงานวิจัยครั้งนี้ พบว่า แต่ละจุดด่างดำที่เรามองเห็นบนใบหน้านั้น พัฒนามาจากจุดด่างดำที่ซ่อนเร้นฝังลึกอยู่ใต้ผิวหนัง โดยหนึ่งจุดด่างดำที่ปรากฏ จะมีจุดด่างดำอีกถึง 5 จุด ซ่อนอยู่ใต้ผิว และจะพัฒนาจนปรากฏขึ้นให้เห็นชัดบนใบหน้าในที่สุด นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่า การก่อตัวของจุดด่างดำเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงอายุ 20 ปี และสะสมอยู่ใต้ผิวหนังจนมีความเข้มขึ้นเรื่อยๆ และปรากฏออกมาให้เห็นเด่นชัดในช่วงวัย 30 ปี เป็นต้น

       
       แพทย์หญิงเซียง รองประธานสาขาวิชาโรคผิวหนัง โรงพยาบาลหัวซาน ในสังกัดมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น วิทยาลัยแพทย์ เมืองเซี่ยงไฮ้ ให้เหตุผลว่าอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และการเผชิญกับแสงแดด และรังสีอัลตราไวโอเลต

ทั้งนี้ จึงแนะนำให้สาวๆ เลิกนิสัยทำร้ายผิว ได้แก่ นิสัยขี้เกียจทาครีมกันแดด บางทีอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน สาวๆ จึงไม่คิดว่าจะทาครีมกันแดด แต่จริงๆ แล้ว รังสีอัลตร้าไวโอเลตที่ทำให้ผิวเปลี่ยนสีนั้นไม่สามารถมองด้วยตาเปล่า มีอานุภาพและคลื่นความยาวสูงมาก โดยเฉพาะรังสียูวีเอที่สามารถทะลุผ่านเสื้อผ้าเข้าสู่ผิวหนัง ไปกระตุ้นการเกิดฝ้า หรือทำให้ฝ้าเห็นชัดมากขึ้น ควรใช้ครีมกันแดดแบบน้ำหรือแบบเจล เพราะนอกจากเนื้อจะบางเบา ซึมลงใต้ชั้นผิวหนังได้ง่ายแล้ว ยังไม่ทำให้รู้สึกเหนอะหนะ ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายๆ คนไม่ชอบทาครีมกันแดด
       
       นิสัยอยากขาว สาวๆ มักมีสมการที่ผิดเกี่ยวกับความขาวและความสวย ผู้หญิงเดี๋ยวนี้เชื่อว่า ขาวคือสวย จึงสรรหาสารพัดวิธีมาทำให้ขาว แต่รู้หรือไม่ว่า คุณกำลังแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะอุปสรรคของความขาวใสบนใบหน้าคือ สิว ฝ้า ความหมองคล้ำ และจุดด่างดำต่างๆ แม้ผิวจะแทนแต่หากใบหน้าเนียนเรียบ ก็ย่อมสวยกว่าผิวขาวที่มีแต่รอยและจุดด่างดำ ยิ่งในสภาพอากาศเมืองร้อน จะให้ผิวขาวผ่องแบบสาวเมืองหนาวยิ่งยก ดังนั้นลองปรับทัศนคติเรื่องความสวย มาเป็นการมีผิวสุขภาพดี เรียบเนียน น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

 นิสัยยังเด็ก ความเชื่อที่ว่า “ฉันยังเด็กอยู่ ผิวหน้าก็ยังดีอยู่ ยังไม่ถึงเวลาดูแลผิว” สำหรับสาววัยต้นๆ เลข 2 นั้นควรเปลี่ยนเสียใหม่ ผู้หญิงส่วนใหญ่มักรอจนกว่าจะเห็นจุดด่างดำบนในหน้าก่อน แล้วค่อยหาวิธีดูแลรักษา แต่ความจริงแล้วการจัดการกับจุดด่างดำนั้นต้องใช้เวลานาน เพราะ จุดด่างดำเริ่มก่อตัวขึ้นใต้ผิวหนังตั้งแต่ช่วงอายุ 20 ปี และรอที่จะปรากฏบนผิวอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการดูแลจุดด่างดำจึงควรทำตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อลดโอกาสที่จุดด่างดำจะเด่นชัดขึ้นเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น
       
       นิสัยจัดเต็ม ไม่ว่าจะสาวสังคม สาวปาร์ตี้ หรือสาวใดก็ตามที่แต่งหน้าจัดหนัก หน้าแน่น ครบเครื่องทุกวัน เป็นประจำ แนะนำให้เบาๆลงบ้างก็ดี เพราะสารบางตัวในเครื่องสำอางมีคุณสมบัติในการดูดซับแสง และ หากไม่ทำความสะอาดอย่างดี ล้างเครื่องสำอางให้หมดจด สารตกค้างเหล่านั้นจะซึมเข้าสู่ผิวหนัง เป็นต้นตอของจุดด่างดำ และรอยต่างๆ บนใบหน้า

       
       เมื่อละนิสัยทำร้ายผิวได้แล้ว ก็ถึงเวลาจัดการปัญหาจุดด่างดำที่คอยกวนใจ กวนสายตาเหล่านั้น วิธีง่ายๆ ให้พึ่งสารจากธรรมชาติ ได้แก่

การรักษาด้วยน้ำมะนาว
       
       เราสามารถใช้กรดผลไม้จากธรรมชาติมาทำทรีตเมนต์ โดยเฉพาะ น้ำมะนาวที่มีฤทธิ์เป็นกรด สามารถทำให้เซลล์ผิวชั้นนอกที่มีจุดด่างดำค่อยๆ ผลัดเซลล์ผิวออก รอยคล้ำดูจางลง ผิวดูกระจ่างขึ้น เพราะมะนาวเปรียบเสมือนสารฟอกสีธรรมชาติ ที่ช่วยผลัดผิวให้ขาวขึ้น และยังช่วยลดการเพิ่มการผลิตเม็ดที่เข้มเฉพาะจุด ในบริเวณแก้ม รอบจมูก หน้าผาก และ เหนือริมฝีปาก แนะนำให้ใช้น้ำมะนาวทาบริเวณที่มีจุดด่างดำเป็นประจำทุกวัน และจะสามารถเห็นผลที่ชัดเจนภายใน 3 สัปดาห์ หรือ จะนำน้ำมะนาวมาผสมกับน้ำผึ้ง และมาส์กบริเวณทั่วใบหน้า เพื่อเพิ่มความกระจ่างใสก็ได้

 
       การรักษาด้วยว่านหางจระเข้
       
       ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเย็น ช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนของผิวที่โดนแดดเผาได้ดี และยังสามารถลบเลือนรอยฝ้าบนใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังสามรถลดรอยด่างดำ และ ความไม่สม่ำเสมอของสีผิว โดยนำเนื้อวุ้นที่ล้างสะอาด หรือ เจลว่านหางจระเข้ ทาบริเวณใบหน้าวันละ 2 ครั้ง ทิ้งไว้ครั้งละประมาณ 45 นาที รอยด่างดำต่างๆ จะดูลดเลือนลงในเวลา 1-2 เดือน

 
       การรักษาด้วยมาส์กมะละกอ
       
       มะละกออุดมไปด้วยสารปาเปน ซึ่งเป็นเอนไซม์โปรตีน ที่ช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่สดใสกว่าขึ้นมาแทน ตามหลักแล้วสารปาเปนจะสะสมอยู่ในมะละกอดิบมากกว่ามะละกอสุก แต่การใช้ผลมะละกอดิบมาขัดใบหน้าบริเวณที่มีรอยด่างดำ อาจทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ จึงขอแนะนำสูตรการทำมาส์กมะละกอสุก ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินซีและอี ที่จะช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม เพียงแค่นำเนื้อมะละกอสุกมาปั่นให้ละเอียดแล้วพอกหน้า โดยเว้นรอบดวงตาทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นจะรู้สึกผิวหน้าเต่งตึงและสดชื่นขึ้น

 

       การรักษาด้วยมาส์กข้าวโอ๊ต-น้ำผึ้ง
       
       ข้าวโอ๊ตและน้ำผึ้งเป็นส่วนผสมที่ลงตัวสำหรับอาหารผิว และเป็นสูตรที่นิยมอย่างมาก เพราะมีสรรพคุณที่ดีต่อผิวพรรณ ใช้ขัดผิวด้วยวิธีธรรมชาติ เพื่อลดจุดด่างดำบนใบหน้า และยังช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก เพื่อให้ผิวหน้าดูเกลี้ยงเกลาและเปล่งปลั่งสดใส สาวๆสามารถปรุงมาส์กพอกหน้าสูตรนี้ ได้เอง โดยนำข้าวโอ๊ตมาบดให้เป็นผงละเอียด และ ผสมเข้ากับน้ำผึ้งบริสุทธิ์ ทาส่วนผสมนั้นให้ทั่วใบหน้า โดยหลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา ปล่อยทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น จากนั้นใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ ซับให้แห้ง

       
       ใครถนัดและสะดวกวิธีช่วยเผยผิวสุขภาพดีวิธีไหน สามารถนำไปปรับใช้ได้เลย แต่หากใครไม่มีเวลา คงต้องพึ่งเครื่องสำอางเข้าช่วยแล้วล่ะ แต่จะเลือกผลิตภัณฑ์ประเภทไหน ก็ให้คำนึงถึงสภาพผิวกันด้วยล่ะ

ที่มา: www.manager.co.th




บทความเกี่ยวกับเวชสำอางค์ที่น่าสนใจ

โคจิกแอซิดคืออะไร
น้ำสลัดนานาชาติเพื่อสุขภาพ
หลีกเลี่ยง อาหาร 11 อย่างที่ทำให้คุณ แก่ขึ้น!
ฟูลเลอรีนคืออะไร ?
คอลลาเจนคืออะไร
สารต้านอนุมูลอิสระคืออะไร
10 เคล็ดลับผิวสวยไม่กลัวหนาว
อาหารเพื่อผิวอ่อนโยน
สารต้านอนุมูลอิสระ Antioxidant
สูตรลดริ้วรอยจุดด่างดำบนใบหน้า
สูตรรักษาจุดด่างดำ ด้วยสับปะรด
ถั่วเขียวลบจุดด่างดำ
มะเขือเทศช่วยลดจุดด่างดำ
รีวิว Lumixyl
Hyperpigmentation
วิธีทําให้ผิวขาว 12 วิธี... บอกลาผิวหม่นหมอง
วิธีเลือกผลิตภัณฑ์ป้องกันรังสียูวี
6 เทคนิคการดูแลผิวหน้าด้วยผลไม้
อีกปัญหาผิว ที่สาวเอเชียควรรู้
สูตรลับหน้าขาวใส
สูตรผิวสวย ลบจุดด่างดำด้วยองุ่นเขียว
โลกเปลี่ยนแกน...กระทบผิวพรรณ
ผิวกระจ่างใส...ด้วยพลังผักผลไม้
ผิวของคุณ แห้งกร้าน ลอกเป็นขุย หรือเปล่าค่ะ
วิธีทําให้ผิวขาว 9 สูตรธรรมชาติ
กรดไฮยาลูรอนิค หรือ Hyaluronic Acid (HA) เพื่อการบำรุงผิว และลดเลือนริ้วรอย
สูตรบำรุงผิวหน้าสวยด้วยธรรมชาติ
29 สุดยอดอาหาร คงความอ่อนเยาว์
คาร์บอนรูปแบบใหม่กับ C60
ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid)
HYALURONIC ACID มีผลอย่างไรต่อริ้วรอย?
เคล็ดลับทาโลชั่นบำรุงผิวสวย
สรุปการบรรยาย เรื่อง การใช้ยาและเวชสำอางค์
เคล็ดลับปกป้องริ้วรอยและรูขุมขน
แพทย์แนะนำวิธีชะลอความแก่
การชะลอการแก่ของผิว
เอนไซม์บำบัดผิว--สูตรผิวใสที่คุณทำได้เอง
10 สารต้านอนุมูลอิสระ
น้ำมันตับปลากับน้ำมันปลาต่างกันอย่างไร
น้ำมันปลา(Fish oil)
เคล็ดลับ ผิวขาวใส
การเลือกครีมกันแดด
คุยเฟื่อง เรื่องครีมกันแดด (ตอนจบ)
คุยเฟื่อง เรื่องครีมกันแดด (ตอนที่ 1)
สารต้านอนุมูลอิสระ จำเป็นต่อร่างกายอย่างไร
เคล็ดลับทาครีมบำรุงผิวให้ถูกวิธี
รีวิว Eucerin จาก Pantip.com
Co-enzyme Q10
วิตามินซี ( Vitamin C )
หลัก 5 ประการ ช่วยชะลอความแก่และริ้วรอย
ความรู้ทั่วไป.....กับโคเอ็นไซม์ คิวเทน
ประวัติโลชั่นกันแดด
Cleanser ทำความสะอาดผิว
เทคนิคการล้างหน้าให้ถูกวิธี...
วิธีการทาครีมบำรุงหน้าให้ถูกวิธี
วิธีทำให้ผิวขาว 27 วิธี... บอกลาผิวหม่นหมอง
วิธีช่วยเพิ่มความอ่อนเยาว์ให้ชีวิต
สารต่อต้านอนุมูลอิสระ
คาร์บอนที่เป็นแม่เหล็ก
ประโยชน์ของ Glutathione
ความก้าวหน้าด้านนาโนเทคโนโลยีในปัจจุบัน
ฟลูเลอรีนคืออะไร article
สารอาหารชะลอความเสื่อมชราและต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants)
L-Glutathione คืออะไร?
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอิมัลชั่น
เวชสำอางค์ — เครื่องสำอางค์ ต่างกันอย่างไรเลือกใช้อะไรดีกว่ากัน?
เวชสำอางค์ ต่างกับ เครื่องสำอางค์อย่างไร?
ผลการค้นหา



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

Ma Proud Shop
204 ม.4 ถ.ประชาอุทิศ
แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ
กรุงเทพฯ
Mobile : 0816655417
Fax: 024263324
Email : info@maproud.com
Website : www.MaProud.com